กลุ่มที่ 1 การประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย - สุขภาพอนามัย
(การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ สุขนิสัย)
สรุปความรู้ที่ได้จาก การประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย - สุขภาพอนามัย (การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ สุขนิสัย)
การส่งเสริมสุขภาพด้านอาหาร เด็กวัยนี้จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นปีละ 2- 2.5 กิโลกรัม และส่วนสูงจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 6-8 เซนติเมตร เด็กจะได้รับสารอาหารในปริมาณที่เพียงพอ ทั้งชนิดและปริมาณ ตามความต้องการของสารอาหารของเด็กแต่ละคน ในช่วงวัยนี้จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอัตราการเจริญเติบโตของเด็กแต่ละคนระดับกิจกรรมที่ทำ และขนาดร่างกายของเด็ก
การออกกำลังกายการออกกำลังกาย ในวัย 3-5ปี จะเป็นรากฐานสำคัญต่อชีวิตเด็กไปตลอดการออกกำลังกายจะส่งเสริมการพัฒนาระบบประสาท กระดูก และกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็กและยังช่วยกระตุ้นการทำงาน ของสมองส่งผลให้การเจริญเติบโต และพัฒนาความสามารถรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
การดูแลสุขภาพปากและช่องฟัน เด็กวัยนี้จะมีการพัฒนากล้ามเนื้อมือที่ดีขึ้น สามารถขยับมือไปมาเพื่อแปรงฟันเองได้ และเขายังไม่สามารถแปลงได้สะอาดหรือไม่ทั่วถึงพอ พ่อแม่และครูจึงควรส่งเสริมสุขภาพช่องปากและฟัน โดยการส่งเสริมให้เด็กแปรงฟันด้วยยาสีฟันเด็กที่ผสมฟลูออไรด์ บีบเท่ากับเมล็ดถั่วอย่างน้อยวันละ 2ครั้ง
วัคซีนวัคซีน ในวัยนี้ไม่มีมากส่วนใหญ่เป็นวัคซีนสำหรับกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากวัคซีนที่ทยอยฉีดมาตั้งแต่แรกคลอด หรือให้วัคซีนทางเลือกที่ผู้ปกครองยังไม่ตัดสินใจฉีดก่อนหน้านี้ เช่นไวรัสตับอักเสบ อีสุกอีใสไข้หวัดใหญ่
การป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายเด็กอนุบาล มีพัฒนาการด้านต่างๆดีขึ้น ทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็ก ทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วขึ้น ใช้มือหยิบจับ และใช้งานในกิจกรรมต่างๆได้ดีขึ้น มีความอยากรู้อยากเห็น อยากทดลอง ตามวัยแต่ยังขาดความคิดไตร่ตรอง ความรอบคอบจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้
วัคซีนวัคซีน ในวัยนี้ไม่มีมากส่วนใหญ่เป็นวัคซีนสำหรับกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากวัคซีนที่ทยอยฉีดมาตั้งแต่แรกคลอด หรือให้วัคซีนทางเลือกที่ผู้ปกครองยังไม่ตัดสินใจฉีดก่อนหน้านี้ เช่นไวรัสตับอักเสบ อีสุกอีใสไข้หวัดใหญ่
การป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายเด็กอนุบาล มีพัฒนาการด้านต่างๆดีขึ้น ทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็ก ทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วขึ้น ใช้มือหยิบจับ และใช้งานในกิจกรรมต่างๆได้ดีขึ้น มีความอยากรู้อยากเห็น อยากทดลอง ตามวัยแต่ยังขาดความคิดไตร่ตรอง ความรอบคอบจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้
สิ่งที่ควรคำนึงและยึดถือปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
1. ต้องประเมินพัฒนาการให้ครบทุกด้าน ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา
เกณฑ์การประเมิน คือการนำผลการประเมินมาสรุป
2. ประเมินรายพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอหลายๆครั้งก่อนสรุปผล
3. ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตามปกติตามตารางกิจกรรมประจำวันในสภาพแวดล้อมที่ปกติ
4. เลือกวิธีการและเครื่องมือในการประเมินให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของเรื่องที่จะประเมินวิธีที่ง่ายและนิยมปฏิบัติคือ การสังเกต และบันทึกรายละเอียดพฤติกรรม เป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่องและจัดระดับพัฒนาการ ดังนี้
1.ระดับปฏิบัติได้หมายถึงสามารถ แสดงพฤติกรรมได้คล่องหรือเชื่อมั่น
2.ระดับปฏิบัติได้บางครั้งหมายถึงสามารถแสดงพฤติกรรมได้แต่บางครั้งไม่ต้องหรือไม่มั่นคง
3.ระดับควรส่งเสริมหมายถึงแสดงพฤติกรรมได้ไม่ชัดเจน


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น